RSS
 

อิ่มอาหาร หอมกาแฟสด ที่ร้านกาแฟสดแอ๊ว ท่าพระจันทร์

11 Jun

พิกัดร้าน ::

ร้านอยู่บริเวณท่าช้าง ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยศิลปากรพอดี

เวลาเปิด – ปิด ::

จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 18.00 น.

เมนูแนะนำ ::

สลัดกุ้งทอด ข้าวผัดน้ำพริกกุ้งสด กาแฟสด เบเกอรี่ต่างๆ

ติดต่อ ::

สาขาท่าช้าง 02 – 623 – 5750

สาขาท่าพระจันทร์ 02 – 221 – 4408

อื่น:

 

Tags: , , ,

Leave a Reply

 

 
  1. ผิดหวัง

    September 16, 2010 at 9:52 PM

    ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่า เรื่องที่ดิฉันกำลังจะเล่าต่อไปนี้ เป็นเหตุการณ์จริง
    เขียนขึ้นจากประสบการณ์โดยปราศจากอคติใดๆทั้งปวง
    ิดิฉันเป็นขาประจำของร้านอาหารแถวท่าพระจันทร์ค่ะ
    และเคยไปอุดหนุนร้าน แอ๊ว ท่าพระจันทร์ มาแล้ว 2 ครั้งด้วยกัน
    แต่วันนี้ ดิฉันมีประสบการณ์ที่ไม่ประทับใจเกี่ยวกับร้าน “แอ๊ว ท่าพระจันทร์”
    มาบอกเล่าเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกท่านได้ทราบกันไว้
    เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2553 เวลา 12.30 น. ดิฉันและเพื่อนๆกว่า 10 คนได้ไปรับประทานอาหารในร้าน แอ๊ว ท่าพระจันทร์
    ดิฉันได้สั่ง เค้กดับเบิ้ลช็อกโกแลต
    เรื่องอยู่ตรงที่ว่า ในเมนู เขียนไว้ว่า เค้กดับเบิ้ลช็อกโกแลต ราคา 35 บาท
    ดิฉันเขียนลงในออร์เดอร์ว่า เค้กดับเบิ้ลช็อกโกแลต
    ทางร้านรับออร์เดอร์ไปโดยไม่ได้พูดอะไร
    เมื่อเค้กมาส่งที่โต๊ะ ดิฉันก็รับประทานตามปกติ
    แต่เมื่อถึงเวลาที่ทางร้านนำบิลมาเก็บเงิน
    ปรากฏว่าแทนที่ดิฉันต้องจ่ายเงินค่า เค้กดับเบิ้ลช็อกโกแลต ตามที่สั่งไป เป็นเงิน 35 บาท
    ดิฉันกลับต้องจ่ายเงิน 55 บาท
    เพราะเค้กที่ทางร้านนำมาเสืร์ฟให้เป็น เค้กมูสช็อกโกแลต
    ไม่ใช่เค้กดับเบิ้ลช็อกโกแลตตามที่ดิฉันเขียนลงไปในออร์เดอร์
    เท่ากับว่าดิฉันต้อง จ่ายเงินเพิ่มมาอีก 20 บาท ค่าเค้กที่ไม่ได้สั่ง
    ดิฉันจึงไปทักท้วงกับทางร้าน
    คนแรกที่เข้ามาชี้แจงกับดิฉันเป็นผู้ชายสูงวัยคนหนึ่ง
    เขาบอกว่า 1. เค้กดับเบิ้ลช็อกโกแลต ทางร้านไม่ได้มีไว้ขายแล้ว
    2. เค้กมูสช็อกโกแลตที่ดิฉันรับประทานไปนั้น เขาได้เป็นคนตักให้ดิฉันเอง
    เมื่อดิฉันชี้แจงไปว่า 1. ดิฉันสั่งเค้กดับเบิ้ลช็อกโกแลต ตามเมนูเขียนไว้ว่า 35 บาท
    2. ดิฉันจะทราบได้อย่างไรว่าเค้กไม่มีขายแล้ว ในเมื่อทางร้านยังไม่ยกเลิกเมนู
    อีกทั้งตอนที่พนักงานรับออร์เดอร์ ไม่มีการบอกกล่าวใดๆจากพนักงาน
    3. เมื่อเค้กมาเสิร์ฟที่โต๊ะ ทางร้านไม่ได้บอกกล่าวกับดิฉันเลยว่า เค้กนี้ไม่ใช่เค้กที่ดิฉันสั่ง
    ชายคนนั้นจึงเรียกพนักงานอีกคน ซึ่งเป็นคนรับออร์เดอร์ให้มาคุยกับดิฉัน
    พนักงานอีกคนบอกว่า 1. คนตักเค้กเป็นแรงงานต่างด้าว อ่านภาษาไทยไม่ค่อยรู้เรื่อง
    2. ดิฉันรับประทานเค้กไปแล้ว โดยไม่มีการทักท้วงตั้งแต่แรก
    ฉะนั้น ดิฉันจึงต้องจ่ายเงิน 55 บาท ค่าเค้กที่ดิฉันไม่ได้สั่ง
    สุดท้ายแล้ว ดิฉันก็จำเป็นต้องเสียค่าโง่ไปอีก 20 บาท อย่างทำอะไรไม่ได้
    แม้ว่าบางคนอาจมองว่าเรื่องนี้ไม่สำคัญ แต่ดิฉันอยากให้ประสบการณ์ครั้งนี้ของดิฉันเป็นอุทาหรณ์แก่ทุกท่าน
    เพราะสำหรับผู้บริโภคที่รู้สึกเหมือนกับถูกเอาเปรียบ และหลอกลวงจากร้านค้านั้น ย่อมรู้สึกแย่อย่างยิ่งต่อความไม่รับผิดชอบของทางร้าน
    1. ในเมื่อทางร้านไม่ผลิตสินค้าชนิดนี้แล้ว เหตุใดจึงไม่ยกเลิกเมนูนั้น หรือไม่แจ้งลูกค้าเมื่อลูกค้าสั่ง
    การกระทำเยี่ยงนี้ ส่ิอให้เห็นเจตนาในการฉวยโอกาสเก็บเงินส่วนต่าง 20 บาท อย่างชัดเจน
    2. เมื่อลูกค้าทักท้วง กลับปัดความผิดไปให้ลูกค้า ทางร้านไม่มีมาตรการใดที่แสดงออกถึงความรับผิดชอบเลย
    จากประสบการณ์นี้ ทำให้ดิฉันอดคิดไม่ได้ว่า
    ดิิฉันคงไม่ใช่คนแรก และคนสุดท้ายที่ถูกกระทำเช่นนี้
    ลองคิดง่ายๆนะคะ ส่วนต่าง 20 บาทตรงนี้ มีลูกค้าที่ประสบเหตุการณ์ทำนองเดียวกับดิฉัน 5 คน
    ทางร้านก็ฟันไปแล้ว 100 บาท ถูกต้องไหมคะ
    จะเกิดอะไรขึ้นกับลูกค้าที่เขาไม่ได้สนใจบิลที่ทางร้านเรียกเก็บเงิน เขาเสียค่าโง่ไปฟรีๆใช่ไหม
    หรือนี่จะเป็นวิธีการหากินรูปแบบใหม่ของร้านอาหารสมัยนี้
    ดิฉันอยากให้เหตุกาณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ต่อทุกท่านที่อ่านเรื่องนี้ หากท่านใดประสบเหตุการณ์ทำนองเดียวกัน
    กรุณาแบ่งปันเพื่อเป็นเรื่องเตือนใจให้ท่านอื่นด้วยนะคะ
    ด้วยความปรารถนาดี
    ขอบคุณค่ะ

     
 
Visit Us On TwitterVisit Us On FacebookCheck Our Feed